Ajinomoto Thailand

ลดเค็มให้ยังคงรสอร่อย เสริมด้วย ‘กลูตามิก’ เคล็ดลับความกลมกล่อม

28/04/2026
eye
17
|

ทุกวันนี้เราอาจกำลังเสพติด ‘ความเค็ม’ อย่างไม่ทันได้รู้ตัว จนทำให้รู้สึกว่ายิ่งอาหารรสเค็มจัดก็จะยิ่งรู้สึกว่าอร่อย 

แต่ความเค็มนั้นเป็นอันตรายต่อร่างกาย 

องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดว่าเราควรบริโภคโซเดียมต่อวันไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม (เทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา) แต่จากข้อมูลการบริโภคเกลือแกงพบว่าคนไทยบริโภคโซเดียมจากการกินอาหารมากถึง 4,351.69 ต่อคนต่อวัน (กรมอนามัย กระทรวจสาธารณสุข) นับว่าสูงกว่ากำหนดไปมาก 

โซเดียม (Sodium) หรือ เกลือ ที่อยู่ในเครื่องปรุงทั้งหลายนั้นส่งผลต่อร่างกาย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง 

ทางที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายคือกินอาหารที่ลดเค็ม แต่พอลดเค็มวันแรก ๆ หลายคนอาจรู้สึกว่าอาหารที่กินไม่อร่อยเหมือนเดิม เหมือนจะขาดอะไรไป ทำให้ไม่เจริญอาหาร แล้ว เราจะทำอย่างไรให้ยังกินได้อร่อยและดีต่อสุขภาพ ?

ที่จริงแล้วความอร่อยของอาหารไม่ได้อยู่ที่รสเค็ม เปรี้ยว หวาน หรือขมรสใดรสหนึ่ง แต่เกิดจากรสชาติ ‘อูมามิ’ (Umami) หรือ รสกลมกล่อมนั่นเอง 

รสชาติ ‘อูมามิ’ เป็นอย่างไร

อูมามิ คือ รสกลมกล่อมหรือรสชาติที่ทำให้เรารู้สึกว่า ‘อร่อย’ เป็นรสชาติที่ถูกค้นพบเป็นลำดับที่ 5 หลังจากรสเค็ม เปรี้ยว หวาน และ ขม

รสอูมามิจะถูกตรวจจับโดย ปุ่มรับรส (Taste Receptors) บนลิ้นของเรา และส่งสัญญาณไปยังสมองว่าเป็นรสชาติที่อร่อยและน่าพึงพอใจ และปุ่มรับรสอูมามิจะมีอยู่ทั่วลิ้น เราสามารถรับรสนี้ได้มากกว่ารสชาติอื่น ๆ 

แต่หากตอนนี้เรากำลังเสพติดความเค็มอยู่ และต้องปรุงให้เค็มหนัก ๆ ความเค็มที่มากเกินไปอาจกลบรสอูมามิได้ บางครั้ง ตำส้มตำแล้วใส่น้ำปลาเยอะไป ใส่น้ำตาล มะนาวเยอะแล้วก็ยังไม่อร่อย ต้นเหตุอาจเพราะมันกลบความ อูมามิ ไปหมด ดังนั้นยิ่งลดเค็มลง อาจรู้สึกนัวเพิ่มขึ้นได้เพราะสัมผัสอูมามิได้ชัด 

รส ‘อูมามิ’ พบได้ที่ไหน ?

ส่วนประกอบหลักของรสชาติอูมามิมาจากกรดอะมิโน ‘กลูตามิก’ (Glutamic) ที่อยู่ในรูปแบบของเกลือ กลูตาเมต (Glutamate) พบได้ในวัตถุดิบจากธรรมชาติหลายชนิด หากนำมาปรุงอาหารก็จะช่วยเพิ่มความอร่อยได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเค็ม 

วัตถุดิบที่มี กรดอะมิโนกลูตามิก โดยธรรมชาติ เช่น 
 

  • พืชผักและผลไม้ เช่น หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ ข้าวโพด สาหร่ายคอมบุ มันฝรั่ง ถั่วต่าง ๆ มัทฉะ บีทรูท 
  • ชีสที่หมักในระยะเวลานาน 
  • เนื้อสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนที่ติดกับกระดูกและที่นำไปตากแห้ง เช่น ปลาโอแห้ง ปลาซาร์ดีน เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ กระดูกหมู กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง 
  • เห็ดต่าง ๆ เช่น เห็ดหูหนู 
  • ของหมัก ดอง บ่ม เช่น ปลาร้า มิโสะ น้ำปลา กะปิ ซีอิ๊ว (ระวังโซเดียมเนื่องจากดองด้วยเกลือ) 

ความอูมามิได้จากกลูตาเมตเป็นหลัก แต่ก็ยังมีสารอีก  2 ชนิดที่เมื่อมารวมกับกลูตาเมตแล้วจะยิ่งเพิ่มความกลมกล่อม ได้แก่  ไอโนซิเนต (Inosinate) ในเนื้อสัตว์ และ กัวนีเลต (Guanylate) ในเห็ดชนิดต่าง ๆ 

หากสังเกตวิธีทำน้ำสต๊อกหรือซุปจากทุกวัฒนธรรมทั่วโลกจะเห็นได้ว่ามักจะมีส่วนผสมของกลูตาเมตจากธรรมชาติทั้งสิ้น  เช่น แกงไทยมักใส่กะปิ ปลาร้า, ซุปแบบจีนมักเคี่ยวกระดูกนาน ๆ, ซุปญี่ปุ่นจะใช้ปลาโอแห้ง สาหร่ายคอมบุและมิโสะ, ซุปแบบไต้หวันใช้ปลาหมึกตากแห้ง, ซุปแบบตะวันตกมักนำหอมหัวใหญ่ แครอท มันฝรั่งไปผัดจนยวบเกิดความอูมามิแล้วค่อยนำไปเคี่ยวต่อ เป็นต้น

ใครที่กำลังลดเค็มเพื่อสุขภาพ ลองให้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่มี กลูตาเมต เป็นตัวช่วย เชื่อว่าไม่จำเป็นต้องปรุงจัดจ้าน ทุกจานก็อร่อยนัว แถมได้ลดหวานและเค็ม ดีต่อสุขภาพของเราอีกด้วย 

Amino Facts

  • กลูตามิก (Glutamic acid) กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง เป็นหน่วยย่อยพื้นฐานของโปรตีนในร่างกายของทุกคน มีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง ทั้งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างโปรตีน เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทและสมอง รวมถึงเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้เกิดรสอูมามิ หรือรสอร่อยกลมกล่อมในอาหาร

อ้างอิง 

  • มัลติมีเดียกรมอนามัย. “รมว.พัฒนา” ขับเคลื่อนเชิงรุกนโยบายฟอกไตฟรี เน้นให้ความรู้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันไตเสื่อม. http://bit.ly/4bWFlbq 
We Care About Your Privacy This website uses cookies to improve efficiency and enhance your browsing experience. You agree to use cookies to continue using this website. See more detail: Privacy Policy / Data Subject Right and Term And Conditions of this website