โรงงาน ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ปลอดภัยไร้ปนเปื้อน
ตอน 6 : CATCH & CONTROL - ควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
โรงงาน อายิโนะโมะโต๊ะ ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ทั้งคุณภาพดี ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการผลิตอาจพบ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (Non-Conforming Products หรือ NC Products) ไม่ว่าจะในขั้นตอนการรับวัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือการตรวจสอบคุณภาพ หากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกนำไปใช้งานหรือส่งมอบโดยไม่ตั้งใจ
โรงงาน อายิโนะโมะโต๊ะ จึงจำเป็นต้องมีระบบการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (Non-Conforming Product Management) เพื่อควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมก่อนส่งถึงมือลูกค้า
แล้วอะไรคือ NC Products?
ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (Non-Conforming Products หรือ NC Products) หมายถึง วัตถุดิบ (Ingredients) ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ (Intermediate products) หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Finished products) ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ เช่น
● วัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์การรับเข้า (Acceptance Criteria)
● ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ (Intermediate Product) ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการควบคุมกระบวนการ (Process Control Conditions) เช่น อุณหภูมิ เวลา ความดัน หรือเงื่อนไขอื่นๆ ไม่เป็นไปตามที่กำหนด
● ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการผลิต (Manufacturing Specifications)

NC Products สามารถเกิดขึ้นหรือถูกตรวจพบได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การผลิต การตรวจสอบคุณภาพ การจัดเก็บและการส่งมอบ ไปจนถึงหลังสินค้าถึงมือลูกค้าผ่านข้อร้องเรียน (Customer Complaint) ดังนั้น ทุกขั้นตอนจึงต้องมีการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และควบคุมอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดไปใช้งานหรือส่งมอบโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อพบ NC Product แล้ว เราควรจัดการอย่างไร?
6 ขั้นตอน CATCH & CONTROL สำหรับการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
1. Report: แจ้งเมื่อตรวจพบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
เมื่อพบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือ แจ้งหัวหน้างานและตัวแทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ (QMR) ทันที เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที จากนั้นดำเนินการระงับการใช้งานหรือการส่งมอบผลิตภัณฑ์ (Suspend/Hold) จนกว่าจะได้รับการประเมิน ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพ และได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการในขั้นตอนถัดไป

หากพบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคหรือเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย ควรดำเนินมาตรการเร่งด่วน เช่น หยุดการส่งมอบสินค้า (Shipment Hold) หรือ เรียกคืน (Recall)
2. Identify: ระบุผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ
เมื่อพบ NC Products ต้องสามารถระบุผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบกำหนดขอบเขต และแสดงสถานะได้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานหรือส่งมอบโดยไม่ตั้งใจ

การระบุสถานะที่ชัดเจนช่วยให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจและปฏิบัติได้ตรงกัน โดยควร
✅ ใช้ NC Tag / Hold Tag หรือป้ายสถานะที่แตกต่างจากสินค้าปกติ
✅ ใช้สีหรือสัญลักษณ์ที่ มองเห็นและเข้าใจได้ง่าย
✅ แสดงสถานะในจุดที่เห็นได้ชัดเจน
✅ กำหนดความหมายของแต่ละสถานะให้ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร
3. Separate: กักกันและควบคุมผลิตภัณฑ์
หลังจากระบุผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบแล้ว ต้องแยกออกจากผลิตภัณฑ์ปกติทันที เพื่อป้องกันการหยิบผิด การนำไปใช้งาน หรือการส่งมอบ ตัวอย่างแนวทางในการกักกันและควบคุม ได้แก่
● จัดเก็บใน Hold Area หรือ Quarantine Area ที่กำหนดไว้
● แยกพื้นที่ด้วยรั้ว แผงกั้น หรือเส้นแบ่งพื้นที่
● จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะผู้รับผิดชอบและผู้ที่ได้รับอนุญาต
● ควบคุมการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์จนกว่าจะได้รับการประเมินและมีผลการพิจารณา

4. Evaluate: ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบของผลิตภัณฑ์
เมื่อ NC Products ถูกระบุและกักกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การประเมินข้อมูลและความเสี่ยง เพื่อพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ควรได้รับการจัดการอย่างไร โดยพิจารณาจากข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น
● ผลกระทบต่อ Food Safety และคุณภาพของผลิตภัณฑ์
● ความสอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
● ความเสี่ยงต่อผู้บริโภค หากมีการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานหรือส่งมอบ

การตัดสินใจทุกครั้งควรอ้างอิงข้อมูลและหลักฐานที่เหมาะสม พร้อมได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามที่องค์กรกำหนด ก่อนดำเนินการในขั้นตอนถัดไป
5. Decide: กำหนดแนวทางการจัดการ NC
เมื่อผ่านการประเมินแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดต้องได้รับการจัดการตามแนวทางที่เหมาะสม โดยอ้างอิงจากผลการประเมินและการอนุมัติตามที่องค์กรกำหนด เช่น

6. Record & CAPA: บันทึกข้อมูลและป้องกันการเกิดซ้ำ
การจัดการ NC Products ไม่ได้สิ้นสุดเมื่อมีการตัดสินใจจัดการผลิตภัณฑ์ แต่ควรมีการ บันทึกข้อมูลและติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และนำข้อมูลไปใช้ในการป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำ
ตัวอย่างข้อมูลที่ควรบันทึก ได้แก่
● ชื่อผลิตภัณฑ์ / วัตถุดิบ
● เลขที่การผลิต (Lot No.)
● วันที่ผลิต / วันที่รับ
● จำนวนที่ได้รับผลกระทบ
● รายละเอียดความไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
● การประเมินความเสี่ยงและแนวทางการจัดการ
● ผู้ดำเนินการ / ผู้อนุมัติ
● วันที่ดำเนินการ
จากข้อมูลที่บันทึกไว้ ควรมีกระบวนการดำเนินการแก้ไขและป้องกันปัญหา (Corrective and Preventive Action หรือ CAPA) เพื่อจัดการสาเหตุของปัญหาและป้องกันการเกิดซ้ำ โดยมีขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
1. Root Cause Analysis วิเคราะห์และระบุสาเหตุที่แท้จริงของความไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
2. Corrective Action กำหนดและดำเนินการแก้ไขที่เหมาะสม พร้อมบันทึกผลการดำเนินการ
3. Effectiveness Verification ติดตามและยืนยันว่าการแก้ไขที่ดำเนินการมีประสิทธิผลในการป้องกันการเกิดซ้ำ
4. Preventive Action พิจารณาว่าปัญหาในลักษณะเดียวกันอาจเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการอื่นหรือไม่ และดำเนินมาตรการป้องกันกับส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม
ทำไมการจัดการ NC จึงสำคัญ?
การจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้
✅ ป้องกันการนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดไปใช้งานหรือส่งมอบโดยไม่ได้ตั้งใจ
✅ สร้างความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
✅ ลดความเสี่ยงต่อผู้บริโภค ข้อร้องเรียน การเรียกคืนสินค้า (Recall) และผลกระทบทางธุรกิจ
✅ สนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และการควบคุมผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ
✅ นำข้อมูลและบทเรียนจากปัญหาไปปรับปรุงกระบวนการ และป้องกันการเกิดซ้ำ
✅ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภค
การจัดการ NC Products ตั้งแต่การ Report, Identify, Separate, Evaluate, Decide จนถึง Record & CAPA อย่างเป็นระบบ จึงเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยง ป้องกันการนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดไปใช้งานหรือส่งมอบโดยไม่ได้ตั้งใจ และสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อายิโนะโมะโต๊ะทุกชิ้นมีคุณภาพและความปลอดภัยก่อนถึงมือลูกค้า
Ref: Standard for Food GMP (ASQUA-QS-17 Version 07), Control of Nonconforming Articles (QSP HO 01-026)


