กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ พลิกวิกฤตโลกร้อนเป็นโอกาส หนุนศักยภาพกาแฟโรบัสต้าภาคเหนือ ด้วยหลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี
- ชูเชียงราย-น่าน ศูนย์กลางกาแฟ Specialty เพิ่มผลผลิตกาแฟพรีเมียมโรบัสต้าตอบดีมานด์ตลาดโลก
- จับมือพันธมิตรเกษตรยั่งยืน กับ “เทวาภิรมณ์” “กลุ่มเกษตรกรเชียงราย น่าน” เสริมความรู้หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ตอบโจทย์ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทต้นแบบทางธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย ผู้นำด้านการสร้างความ “กินดี มีสุข” เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพกาแฟโรบัสต้าไทยภาคเหนือ นำร่อง เชียงรายและน่าน ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สร้างผลผลิตกาแฟพรีเมียมโรบัสต้าแห่งใหม่ของประเทศ พลิกความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อภาคเกษตรทั่วโลก สู่โอกาสขยายฐานการผลิตกาแฟคุณภาพตอบดีมานด์ตลาดโลก พร้อมผนึกพันธมิตรกาแฟชั้นนำ “เทวาภิรมณ์” และ “กลุ่มเกษตรกรเชียงราย น่าน” จัดสัมมนาเสริมความรู้เกษตรกรกาแฟไทยพัฒนาผลผลิตคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกอย่างยั่งยืน
ตลาดกาแฟไทย 6.5 หมื่นล้านบาท มีโอกาสที่ดีในการเติบโต
จากข้อมูลรายงานประมาณการจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในปี 2568 ประเทศไทยมีผลผลิตกาแฟโรบัสต้าประมาณ 8,500–9,500 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 55–58% ของผลผลิตกาแฟไทยทั้งหมด แม้แหล่งปลูกโรบัสต้าหลักของประเทศจะอยู่ในภาคใต้ แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายและน่าน ได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนากาแฟพิเศษคุณภาพสูง (Specialty Coffee) ซึ่งเชียงรายถือเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตกาแฟเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และมีศักยภาพในการขยายการปลูกกาแฟพรีเมียมโรบัสต้าสำหรับรองรับตลาดกาแฟมูลค่าสูงในอนาคต
โอกาสดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่เติบโต ซึ่ง Euromonitor เผย 5 ประเทศที่บริโภคกาแฟสูงสุดได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น จีน นอกจากนี้ ประเทศที่มีภูมิศาสตร์ใกล้เคียงกับไทยคือเวียดนาม ยังติด ท็อปประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก สะท้อนว่ากาแฟไทยยังมีโอกาสพัฒนาและเติบโตได้อีก โดยกระทรวงพาณิชย์และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยประเมินตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์การดื่มกาแฟที่หลากหลายมากขึ้น
“กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ” สร้างโอกาสหนุนศักยภาพกาแฟโรบัสต้าในภาคเหนือ

คุณสุพรรณี ไม้สนธิ์ ผู้จัดการหน่วยงาน Production and Development บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันความต้องการบริโภคกาแฟทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูงกว่าปริมาณการผลิต สะท้อนว่าตลาดกาแฟโลกยังเติบโตสูง ในขณะที่ไทยผลิตกาแฟตอบสนองการบริโภคในประเทศได้เพียง 18% เท่านั้น โดยมีข้อจำกัดสำคัญจากการเพาะปลูกที่ยังพึ่งพาธรรมชาติ การใช้น้ำฝนเป็นหลัก รวมถึงปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช ซึ่งเมื่อรวมกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ยิ่งเพิ่มความท้าทายให้กับเกษตรกรไทย เพื่อปรับตัวรับการความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ การพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกกาแฟโรบัสต้าในภาคเหนือซึ่งมีศักยภาพในการผลิตกาแฟคุณภาพสูง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทางบริษัทต้องการส่งเสริมให้พี่น้องชาวไร่กาแฟไทยสามารถพัฒนาศักยภาพการผลิต และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น”
ยกระดับจาก “ปลูกกาแฟ” สู่ “กาแฟคุณภาพ” ด้วยมาตรฐาน GAP

กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะมุ่งสนับสนุนการ “กินดี มีสุข” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการดำเนินโครงการ Thai Farmer Better Life Partner อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยและสร้างระบบนิเวศการผลิตที่เข้มแข็งให้กับกาแฟไทยในระยะยาว ผ่านการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพผลผลิต และพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การทดลองในพื้นที่เพาะปลูกจริง และการสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์เคมี ตรา อามิเมท ที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตผงชูรส สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าและส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งได้ร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีและวิศวกรรมของบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะในการหาเทคโนโลยีและวิธีการใหม่ ๆ เพื่อเสริมศักยภาพให้เกษตรกรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟประจำปี 2569 ที่จังหวัดเชียงราย บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. โยซุเกะ มาซากิ กรรมการผู้จัดการใหญ่, คุณโสภา อ่อนนุ่ม กรรมการ, คุณสรกฤช สายหล้า, คุณสุพรรณี ไม้สนธิ์ ผนึกพันธมิตรกาแฟชั้นนำ “เทวาภิรมณ์” โดย คุณจุลพีระ สายตระกูล, คุณแพรวา บุณยะวัน และ “กลุ่มเกษตรกรเชียงราย น่าน” จัดสัมมนาเสริมความรู้ยกระดับกาแฟโรบัสต้าแก่เกษตรกรกาแฟไทยจังหวัดเชียงรายและน่าน จำนวน 1,125 คน ในการพัฒนาผลผลิตเพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกและการรับมือความแปรปรวนของสภาพอากาศ พร้อมมอบต้นกาแฟแก่เกษตรกรจำนวน 1,480 ต้น
โดย คุณประพัตร พรหมเรืองฤทธิ์ และ คุณเอกพงษ์ แซ่ย่าง ตัวแทนจากกลุ่มเกษตรกรเชียงราย น่าน เผยว่า “สภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลกระทบต่อการปลูกกาแฟอย่างมาก ในปีนี้ฝนตกหนักทำให้การติดผลเมล็ดกาแฟลดลงต่ำกว่าปีที่แล้วมากกว่า 50% ทำให้ผลสุกไม่พร้อมกัน การเก็บเกี่ยวก็จะยากขึ้น รวมถึงปัญหาเชื้อราที่ทำให้เมล็ดกาแฟร่วง หลังจากได้รับความรู้เรื่อง GAP และมาตรฐานกาแฟที่ตลาดต้องการจากอายิโนะโมะโต๊ะ เอฟดี กรีน และเทวาภิรมณ์ ก็จะนำไปปรับใช้กับการดูแลต้นกาแฟให้ดีขึ้น โดยนำดินไปตรวจวิเคราะห์เพื่อใส่ปุ๋ยให้ตรงกับตามความต้องการของต้นกาแฟ รวมถึงจดบันทึกข้อมูลการเพาะปลูกและต้นทุนการผลิตในแต่ละปี โดยตั้งเป้าว่าจะได้กาแฟเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในฤดูกาลนี้”
การเดินหน้าพัฒนากาแฟโรบัสต้าภาคเหนือจึงเป็นมากกว่าการเพิ่มแหล่งวัตถุดิบให้กับตลาดกาแฟไทย แต่เป็นการเปลี่ยนความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างกาแฟไทยคุณภาพสูง พร้อมยกระดับศักยภาพเกษตรกร สร้างความยั่งยืนให้ห่วงโซ่อุปทาน และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดกาแฟทั้งในประเทศและระดับโลกในระยะยาว
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะในการยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทย และส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ Thai Farmer Better Life Partner ได้ที่ https://www.ajinomoto.co.th/th/well-being/thai-farmer-better-life-partner-project/
ข่าวอื่น ๆ

อายิโนะโมะโต๊ะ ปลุกพลังเด็กรุ่นใหม่! จัดแคมป์ติวเข้มทักษะด้านอาหารและโภชนาการ เฟ้นหา 10 ทีมสุดท้ายสู่รอบชิงฯ Ajinomoto Young Chef พร้อมผนึกพลัง Young Creator ส่งต่อแนวคิดอาหารอร่อยและดีต่อสุขภาพ

อายิโนะโมะโต๊ะ เปิดเวที ‘Young Chef 2026’ ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ประชันไอเดีย พลิกโฉมอาหารสุขภาพแบบไทย ต่อยอดโภชนาการยั่งยืน

รสดี ชูเสน่ห์ของดีทั่วภูมิภาคไทย ผ่านแคมเปญ “ไข่เจียวรสดี เสิร์ฟความอร่อยทั่วไทย” กับกิจกรรม คาราวานไข่เจียวรสดี ผ่านกลยุทธ์ Localized Marketing